Home / ธุรกิจน่าลงทุน / จักสานผักตบชวา ภูมิปัญญาพารวย

จักสานผักตบชวา ภูมิปัญญาพารวย

ประเทศไทยนอกจากเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยเกษตรกรรมและกสิกรรมแล้วประเทศไทยยังมีชื่อเสียงในเรื่องของงานศิลปหัตถกรรมอีกด้วย โดยจะเห็นได้จากงานปั้นงานแกะสลักงานจักสานอันทรงคุณค่าที่ส่งผ่านสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมมายังสิ่งของและผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมไปถึงธุรกิจที่เรากำลังพูดถึงในวันนี้ ธุรกิจ “ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา”

ผักตบชวาเป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งที่มีสภาพค่อนข้างทนทานสามารถอยู่ได้ในน้ำได้ทุกสภาพ สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ดอกของผักตบชวาจะมีสีม่วงอ่อนเหมือนกล้วยไม้โดยเจ้าผักตบชวานั้นได้มีการนำเข้ามายังประเทศไทยครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช รัชกาลที่ 5 และสาเหตุที่ผักตบชวาสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วนี้เองจึงทำให้ตัวมันกลายเป็นวัชพืชที่ร้ายแรงในแหล่งน้ำทั่วไปแต่อย่างไรก็ตามคุณประโยชน์ของผักตบชวาเองก็มีอยู่ไม่น้อยโดยดอกของผักตบชวาและก้านใบอ่อนสามารถนำมาประกอบอาหารกินเป็นผักลวกจิ้มน้ำพริกหรือนำไปทำแกงส้มก็ได้อีกทั้งยังสามารถใช้แก้พิษร้ายในร่างกายและขับลมใช้ทาหรือพอกแก้แผลอักเสบได้นอกจากนี้ยังสามารถนำใยของผักตบชวามาทำเป็นเครื่องจักสานได้อีกด้วย

กรรมวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์จากผักตบชวานั้นเริ่มต้นจากการค้นหาและคัดเลือกผักตบชวาให้ได้ขนาดและปริมาณตามต้องการจากนั้นนำผักตบชวาที่ได้มาตากแดดให้แห้งสนิทโดยในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันขึ้นอยู่กับความชื้นและสภาพภูมิอากาศเป็นหลักและเมื่อผักตบชวาแห้งสนิทดีแล้วจึงนำเอาผักตบชวาทั้งหมดอบด้วยกำมะถันนาน 1 วันเพื่อให้เส้นผักตบชวามีความเหนียวนุ่ม มีสีสวยงามและป้องกันเชื้อราและตากแดดอีกครั้งเพื่อให้แห้งสนิทจากนั้นจึงนำไปทำเป็นเครื่องจักรสานต่อไป

8 14

ถึงแม้ว่ากรรมวิธีหลักๆ จะดูง่ายไม่ซับซ้อนอะไรแต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของผู้ผลิตแต่ละเจ้าอาทิเช่น การย้อมสี, รูปแบบของผลิตภัณฑ์ ลวดลายการจักรสาน ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงและผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาของแต่ละเจ้ามีความแตกต่างกัน

สำหรับผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาในปัจจุบันนั้นในขยายการผลิตมากขึ้นไปกว่าแต่ก่อนจากเดิมที่มีแค่เพียงรองเท้าเท่านั้นโดยปัจจุบันได้มีการดัดแปลงผลิตภัณฑ์จากผักตบชวามาเป็นกระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย ที่รองแก้ว ถาดวางของร้อน กล่องใส่กระดาษทิชชู เปลญวน ตะกร้าใส่ของ ถาดรูปไก่ โคมไฟ แจกันดอกไม้ ฉากกั้นห้อง ม่านบังตา และอื่นๆ ตามแต่จะสร้างสรรค์งานออกมาได้

ส่วนกำไรในธุรกิจผลิตภัณฑ์จากผักตบชวานั้นหากคิดคำนวณโดยรวมกำไรจะมากกว่า 50% ขึ้นไปดังนั้นจึงเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดีหากมีการวางแผนจัดการที่ดี

เมื่อพูดถึงรายละเอียดและรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักตบชวาเป็นที่เรียบร้อยแล้วทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่หลายๆ คนอยากรู้กันว่าไอ้ธุรกิจตัวนี้นี่มีโอกาสและอุปสรรคทางธุรกิจอย่างไรบ้างซึ่งจะขออธิบายต่อเลยครับ

จริงอยู่ที่ว่าวัตถุดิบหลักของธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องซื้อหาหรือกลัวว่าของจะขาดตลาดซึ่งแม้ว่าเราจะลดต้นทุนตรงนี้ได้ก็จริงแต่เราก็ต้องเสียเงินจ้างคนไปเก็บมาอีกทั้งแม้ว่าผักตบชวาจะเป็นพืชที่ขึ้นและขยายพันธุ์ได้ไวก็ตามแต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการเติบโต ดังนั้นหากใครคิดที่จะประกอบธุรกิจนี้จึงควรมองหาแหล่งวัตถุดิบไว้หลายๆ ที่เพื่อที่จะได้มีแหล่งวัตถุเพียงพอต่อการทำงาน

สิ่งที่เราควรจะพิจารณาต่อมาคือเมื่อเราผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ออกมาแล้วต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าเราต้องการที่จะขายใคร ต้องการที่จะขายที่ไหน และทำอย่างไรจึงจะขายได้ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องเรียกได้ว่าหินพอสมควรครับเพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทของฝาก ของที่ระลึกเสียมากกว่าที่จะเป็นของที่ใช้กันอย่างจริงจังในชีวิตประจำวัน ดังนั้นหากเรานำสินค้าไปขายแบบสินค้าประจำวันทั่วไปเชื่อว่าโอกาสทางการขายคงจะน้อยมาก ดังนั้นเราจึงควรดูสถานที่ขายหากขายใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว แหล่งชุมชน หรือแหล่งศิลปวัฒนธรรมก็จะช่วยให้มีโอกาสขายได้มากขึ้นและถ้าหากสามารถทำการตลาดจับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ก็จะทำให้มีรายได้และกำไรงดงามแน่นอนส่วนหากผู้ประกอบการบางท่านที่รู้จักสหกรณ์หรือร้านค้าชุมชนการนำผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของเราไปฝากขายตามแหล่งเหล่านั้นก็เป็นวิธีที่ดีไม่น้อยเพราะจำทำให้เรามีตลาดเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงและถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดในธุรกิจนี้ก็คือ “บุคลากร” เราต้องมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญในด้านงานประดิษฐ์ งานจักสาน อย่างแท้จริงเพราะสินค้าจะขายได้หรือไม่ได้ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่งานที่ออกมาเป็นหลักหากสวยงาม เรียบร้อย มีคุณภาพ ก็จะทำให้สินค้าของเรามีคนสนใจและขายได้ต่อไป

แม้ว่ากำไรในธุรกิจนี้ดังที่กล่าวไปแล้วว่ามีมากกว่า 50% ซึ่งหากดูผิวเผินถือเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างงดงามก็จริงแต่ต้องอย่าลืมว่าสินค้าเหล่านี้นั้นเป็นสินค้าที่ออกได้ไม่บ่อยดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรมีเงินทุนสำรองหมุนเวียนโดยกะให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน อีกทั้งยังต้องคำนวณปริมาณการผลิตกับปริมาณการขายให้มีความสัมพันธ์กันด้วยเพื่อที่สินค้าจะได้ไม่ค้างสต็อกนานและจะได้ผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ออกมาขายต่อไป

*ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก กลุ่มหัตถกรรมจักสานผักตบชวา บ้านสันป่าม่วง

About Win

Win

Leave a Reply

Scroll To Top