Home / ธุรกิจน่าลงทุน / ธุรกิจข้าวกล่อง ทำง่ายขายดี

ธุรกิจข้าวกล่อง ทำง่ายขายดี

ในบรรดาปัจจัย 4 อาหารเป็นสิ่งที่ช่วยในการดำรงชีวิตไม่น้อยไปกว่าเสื้อผ้า ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าอาหารนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็ว่าได้เพราะคนเราหากไม่มีเสื้อผ้าก็ยังพอหาสิ่งอื่นมาห่อหุ้มแทน ไม่มีที่อยู่อาศัยก็ยังพอหาสถานที่อื่นพำนักพักพิงได้ ไม่มียารักษาโรคก็เพียงแค่ทำตัวให้ร่างกายแข็งแรงหากแต่อาหารนั้นเราไม่สามารถขาดได้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะหรือสภาวะใดก็ตาม คนเรามีชีวิตอยู่ได้เพราะอาหาร ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่อาชีพยอดฮิตอาชีพหนึ่งของคนทั่วโลกคือการขายของกินจนกระทั่งมีคำกล่าวที่ว่า “ขายของกินกำไรดีที่สุดเพราะเป็นของที่คนเราต้องซื้อ ต้องกินทุกวัน” ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง

สำหรับธุรกิจขายข้าวกล่องหรืออาหารกล่องนั้นต้องยอมรับกันโดยดุษฎีครับว่าในสมัยก่อนเป็นธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มากมายสักเท่าไหร่นักด้วยว่าสภาพสังคมสมัยก่อนนั้นคนนิยมที่จะทำกับข้าวไว้ทานเองมากกว่าการซื้ออาหารเพื่อนำกลับมารับประทานที่บ้าน อีกทั้งในสมัยก่อนยังมองว่าอาหารกล่องหรืออาหารที่ซื้อเขากินนั้นไม่มีความสะอาดพอ

แต่ในปัจจุบันด้วยสภาวะที่รีบเร่งและเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า ผู้คนเริ่มประหยัดเวลาในการทำอาหารมากขึ้นและนำเวลาที่เหลือเหล่านั้นไปประกอบการงานเพื่อหาเงิน การซื้ออาหารกล่องจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปโดยปริยายซึ่งอาหารกล่องที่ขายนั้นมีราคาถูกตั้งแต่หลักสิบต้นๆ ไปจนถึงหลักร้อยให้เลือกซื้อกันขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและชื่อเสียงของร้านค้าที่ขายอาหารเป็นสำคัญ

นอกเหนือจากการขายข้าวกล่องให้แก่บุคคลทั่วไปที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบอาชีพแล้ว การทำข้าวกล่องปริมาณมากส่งให้โรงเรียนที่จัดทัศนศึกษาหรือกีฬาสีหรือการจัดข้าวกล่องเพื่อให้บริการในงานหรือการชุมนุมต่างๆก็เป็นโอกาสที่ทำให้รายได้จากการขายข้าวกล่องมากขึ้นและหากมีความสามารถทำข้าวกล่องส่งกองถ่ายภาพยนตร์หรือตามสถานที่บันทึกรายการเกมส์โชว์ได้ก็จะทำให้มีรายได้ประจำอีกด้วย

คุณสมบัติของผู้ที่จะเริ่มธุรกิจอาหารกล่องนั้นประการแรกที่สำคัญที่สุดคือตนเองต้องมีฝีมือในการทำอาหารพอสมควรต้องทำอาหารอร่อยมีรสชาติที่ถูกปากคนทั่วไปและต้องทำอาหารได้หลายชนิดไม่จำกัดแต่เพียงประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้นรวมไปถึงยังต้องสะอาดและมีอนามัยที่ดีเพื่อที่อาหารที่ทำมานั้นจะได้ถูกสุขลักษณะ

เมื่อคุณสมบัติพร้อมแล้วขั้นตอนต่อไปก่อนที่จะทำเราจำเป็นที่จะต้องหาตลาดให้ได้เสียก่อน ควรที่จะหาแหล่งขายที่เป็นแหล่งชุมชนที่มีคนผ่านอยู่เสมอๆ หรือขายตามตลาด แหล่งใกล้ออฟฟิศสำนักงานหรือแม้แต่กระทั่งใกล้บริเวณสถานที่ก่อสร้าง สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เรามีโอกาสทางการขายเพิ่มมากขึ้นและเมื่อเราหาตลาดได้แล้วประเภทของอาหารที่จะทำขายก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรนำมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการขายที่มากที่สุดเช่น หากเราขายใกล้ออฟฟิศสำนักงานอาหารกล่องช่วงเช้าควรเป็นอาหารเบาๆ ที่รับประทานง่ายและหมดอย่างรวดเร็วเพราะคนออฟฟิศไม่ค่อยมีเวลามากนัก หรือหากขายใกล้แหล่งก่อสร้างอาหารที่ทำควรเน้นปริมาณและเป็นอาหารที่อยู่ท้องเพราะผู้ใช้แรงงานเหล่านั้นต้องใช้แรงมากกว่คนปกติทั่วไปหรือหากขายใกล้สถานศึกษาข้าวกล่องหรืออาหารกล่องที่ทำควรเน้นไปที่แพคเกจหรือรูปทรงที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจของบรรดานักเรียนเป็นต้น นอกจากนี้ควรคำนึงถึงอาหารที่ทำด้วยว่ามีความเหมาะสมกับแหล่งนั้นๆหรือไม่เช่นถ้าขายใกล้แหล่งอิสลามอาหารที่ทำก็ไม่ควรมีเนื้อหมูหรือหากขายย่านคนจีนอาหารที่ทำจากเนื้อวัวก็ควรงดเว้นเหล่านี้เป็นต้น

ส่วนการตั้งราคาการขายอาหารกล่องนั้นโดยทั่วไปในปัจจุบันจะอยู่ที่ราคา 25-35 บาทขึ้นอยู่กับจำนวนของกับข้าวโดยหากเป็นข้าวราดกับข้าว 1 อย่างจะอยู่ที่ 25 บาท หากกับข้าว 2 อย่างจะอยู่ที่ 30 และหาก 3 อย่างขึ้นไปราคาจะอยู่ที่ 35 บาทส่วนหากทำส่งในปริมาณที่มากราคาต่อกล่องก็จะลดลงไปแต่โดยสรุปแล้วธุรกิจขายข้าวกล่องหรืออาหารกล่องนี้กำไรจะอยู่ที่ประมาณ 30% แต่อย่างไรก็ดีการที่จะกำไรหรือขาดทุนในธุรกิจข้าวกล่องนี้จะคิดแต่จำนวนที่ขายได้เหมือนธุรกิจอื่นทั่วๆไปนั้นไม่ได้เพราะหากข้าวกล่องขายไม่ดีหรือกับข้าวที่ทำเหลือเยอะเมื่อหักกลบลบหนี้แล้วก็อาจขาดทุนได้รวมไปถึงการทำอาหารที่มีตัวเลือกเยอะเกินก็จะทำให้การขายอาหารแต่ละชนิดมีปริมาณลดลงด้วยดังนั้นอาหารแต่ละครั้งที่ทำจึงควรมีแค่ไม่เกิน 3 ชนิดจึงจะกำลังดี

กลยุทธที่สำคัญในการทำธุรกิจอาหารกล่องให้ประสบความสำเร็จนั้นนอกจากความอร่อย ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมและราคาสินค้าที่ไม่แพงแล้วสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดและจะขาดไปเสียไม่ได้เลยนั่นก็คือความซื่อสัตย์และ service mind ต่อลูกค้า ผู้ขายไม่ควรเอาเปรียบผู้บริโภคจนเกินไปรวมไปถึงหลอกลวงผู้บริโภคให้เข้าใจผิดเช่นเอาหมูให้ลูกค้าที่ไม่กินหมูหรือคิดเงินลูกค้าเกินจากที่สั่งเพราะสิ่งเหล่านี้หากเกิดขึ้นและลูกค้าที่เสียหายนำไปพูดหรือเล่าต่อจะทำให้อนาคตการขายของเราไม่ยั่งยืนและต้องปิดตัวลงในที่สุดนอกจากนี้ผู้ขายควรที่จะยิ้มแย้มแจ่มใสและมีวาจาสุภาพก็จะช่วยให้มีลูกค้ามาซื้อสินค้ามากขึ้นครับ

 

About Win

Win

Leave a Reply

Scroll To Top