Home / ธุรกิจน่าลงทุน / ลาดู โมทกะ ขนมบูชาเทพ ธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

ลาดู โมทกะ ขนมบูชาเทพ ธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

ในยุคที่เศรษฐกิจเริ่มส่อเค้าฟองสบู่แตกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกหนึ่งอันดับต้นๆ ที่บรรดาชาวบ้าน ร้านค้า หรือแม้แต่เจ้าของธุรกิจล้วนแต่บูชาสักการะเพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จ ทั้งบนบานศาลกล่าวบอกเล่าให้ค้าขายดี มีโชค มีลาภหรือแม้แต่การทำพิธีกรรมเพื่อให้เป็นไปตามประโยชน์ของตนซึ่งแม้ออกจะดูขัดๆจากโลกปัจจุบันไปบ้างแต่ก็ถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจได้เป็นอย่างดีและหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนกราบไหว้ย่อมหนีไม่พ้นองค์เทพฮินดูอย่างพระพิฆเณศวรและมหาเทพองค์อื่นๆ เช่นพระแม่ลักษมี พระศิวะ พระนารายณ์เป็นต้น และด้วยเหตุดังกล่าวนี้เองจึงมีผู้มองเห็นช่องทางธุรกิจที่ยังคงเปิดกว้างอยู่และลงมือทำจนประสบความสำเร็จขึ้นมาได้เงินเป็นกอบเป็นกำกับธุรกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อและความศรัทธาซึ่งนั่นก็คือธุรกิจการทำขนมลาดู โมทกะ (Motichoor Ladoo) หรือการทำขนมถวายเทพนั่นเอง

ก่อนที่เราจะทราบถึงขั้นตอนธุรกิจดังกล่าวเราควรที่จะทราบกันก่อนว่าเจ้าขนมลาดู-โมทกะที่ว่านี้คืออะไรแล้วเกี่ยวพันเทพเจ้าฮินดูอย่างไรเพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจและนึกภาพตามไปได้ โดยขนมลาดู-โมทกะนั้นเป็นขนมหวานพื้นบ้านชนิดหนึ่งของประเทศอินเดียที่ประกอบจากส่วนผสมหลักๆคือแป้งถั่ว นม เนย และมะพร้าวมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ ประมาณลูกปิงปองเพื่อใช้ในการสักการบูชาเทพเจ้าฮินดูทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพิฆเณศวรที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาเทพผู้กำจัดอุปสรรคโดยมีเรื่องเล่ากันว่าองค์พระพิฆเณศวรนั้นท่านโปรดขนมลาดู-โมทกะเป็นพิเศษหากใครเคารพกราบไหว้บูชาท่านด้วยขนมนี้ท่านจะประทานพร โชคลาภ ความสำเร็จให้ในทันทีทันใด

ดังที่กล่าวไปแล้วว่าขนมลาดู-โมทกะนี้เป็นขนมพื้นบ้านของประเทศอินเดียดังนั้นคนอินเดียส่วนใหญ่แทบทุกบ้านล้วนแล้วแต่ทำขนมลาดู-โมทกะเพื่อรับประทานเองและถวายเทพภายในบ้านของตนเองเนื่องจากคนอินเดียส่วนใหญ่ยังคงนับถือศาสนาฮินดูอีกทั้งยังมีเทวาลัยกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศอินเดียในขณะที่ประเทศไทยการเคารพเทพเจ้าศาสนาฮินดูยังคงเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มและมีเทวาลัยไม่มากนักจึงไม่แปลกใจเลยที่เราสามารถหาขนมลาดู-โมทกะที่ประเทศอินเดียได้ง่ายกว่าประเทศไทยที่มีคนทำน้อยและผูกขาดอยู่เพียงไม่กี่เจ้า

แต่อย่างไรก็ดีปัจจุบันนี้ได้มีคนไทยหลายคนได้ไปพยายามเรียนวิธีการทำขนมลาดู-โมทกะแล้วกลับมาทำขายในบ้านเราให้กับผู้ที่เคารพศรัทธาในตัวองค์เทพฮินดูหรือตามเทวาลัยต่างๆ ได้ซื้อไปบูชาซึ่งก็ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีเพราะธุรกิจการขนมสำหรับองค์เทพนี้หายาก ไม่ค่อยมีใครทำและคนที่บูชาส่วนใหญ่ก็ไม่รู้มากนักว่าจะไปหาได้จากไหน ดังนั้นเมื่อมีคนทำขายจึงจัดผูกปิ่นโตเป็นขาประจำกันไปนั่นเอง

การทำขนมลาดู-โมทกะนั้นมีขั้นตอนการทำค่อนข้างง่ายไม่ซับซ้อนโดยส่วนผสมและอุปกรณ์ในการทำทั้งหมดสามารถซื้อหาได้ที่พาหุรัดบริเวณที่เรียกกันว่าตรอกแขกและใช้เวลาในการทำครั้งละประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็จะได้ขนมลาดู-โมทกะอันหอมหวานชวนกินพร้อมขายซึ่งขนมลาดู-โมทกะที่ทำเสร็จแล้วนั้นจะอยู่ในอุณหภูมิปกติได้ไม่เกิน 2 วันสำหรับไส้ทั่วไปและไม่เกิน 1 วันสำหรับขนมโมทกะไส้มะพร้าว

สำหรับราคาการขายขนมลาดู-โมทกะนั้นไม่มีราคาหรือกฎเกณฑ์ตายตัวเนื่องจากตลาดของขนมชนิดนี้ยังแคบผู้ขายสามารถกำหนดได้โดยอิสระแต่โดยทั่วไปแล้วราคามาตรฐานของขนมลาดู-โมทกะในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 15-40 บาท/ลูกขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการขาย โดยถ้าเป็นบริเวณพื้นที่ชุมชนของชาวอินเดียหรือฮินดูราคาก็จะถูกลงมาหน่อยหากแต่ถ้าขายบริเวณเทวาลัยเช่นแถววัดพระศรีมหาอุมาเทวีหรือที่เรารู้จักกันดีว่าวัดแขกสีลมราคาก็อาจสูงขึ้นมาบ้าง นอกจากนี้ในบางรายที่ทำขนมขายอาจมีการรับสอนทำขนมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตนเองอีกด้วยโดยราคาการสอนจะอยู่ที่ประมาณ 6000-8000 บาท/คอร์ส มีระยะเวลาการเรียน 1 วัน

ช่องการในการขายขนมลาดู-โมทกะนี้นอกจากช่องทางการขายปลีกและส่งตามบ้านและเทวาลัยต่างๆแล้วยังสามารถใช้ช่องทางๆเว็บไซต์ facebook หรือ instagram เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายและกระตุ้นยอดขายได้อีกด้วย นอกจากนี้การที่พยายามแทรกซึมตัวเข้าถึงกลุ่มผู้ที่เคารพศรัทธาเทพฮินดูก็จะช่วยให้การขายเพิ่มมากขึ้น

สำหรับอนาคตของตลาดขนมบูชาเทพนี้ยังสามารถขยายตัวได้อีกมากอย่างน้อยๆ ก็ 2-3 ปีนับจากนี้เพราะเนื่องจากถึงแม้ว่าคนจะเริ่มหันมาสนใจที่จะเรียนทำขนมชนิดนี้กันมากขึ้นเพื่อขายแต่คนที่ทำขายก่อนหน้าก็มักจะครองตลาดอยู่ก่อนแล้วอีกทั้งลูกค้าที่เคยซื้อขนมชนิดนี้ก็นิยมที่จะซื้อจากเจ้าประจำมากกว่าแต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการก็ควรที่จะปรับปรุงธุรกิจของตนให้มีความพร้อมเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ธุรกิจได้รับความนิยมก็จะมีคนหันมาทำธุรกิจนี้อย่างมากมายเฉกเช่นเดียวกับธุรกิจยอดนิยมอื่นๆ ที่ท้ายที่สุดแล้วคนที่ยืนหยัดอยู่ได้ต้องเป็นคนที่พร้อมและเป็นมืออาชีพของวงการนั้นจริงๆ

About Win

Win

Leave a Reply

Scroll To Top