Home / ธุรกิจน่าลงทุน / เหล้าปั่นในร้านหมูกระทะ

เหล้าปั่นในร้านหมูกระทะ

cocktail_small“การที่จะประกอบกิจการใดกิจการหนึ่งขึ้นมาได้นั้น หากเริ่มต้นด้วยการคาดหวังผลกำไรสูงสุดโดยไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใด อาจจะประสบความสำเร็จได้ แต่ก็แค่ระยะสั้น ๆ เท่านั้น แต่หากต้องการความสำเร็จในระยะยาวอย่างยั่งยืนแล้วละก็ ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องบรรจุลงไปในสินค้าทุกชิ้นของเรา” ผมเห็นข้อความนี้ในร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ที่ภายนอกหากมองดูผิวเผินแล้วก็รู้สึกว่าเหมือนร้านหมูกระทะทั่วๆไป แต่ก็เท่ดีเหมือนกันนะครับที่มีข้อความคมๆ ไว้ให้ลูกค้าอ่านเล่นแก้เบื่อ

หลังจากเริ่มปิ้งหมูเนื้อเข้าปากไปได้ไม่กี่คำก็เหลือบไปเห็นซุ้มเครื่องดื่มเล็ก ๆ แต่มีสีสันที่สดใสพร้อมกับหญิงสาว 2 คนดึงดูดสายตาให้ผมจ้องมองได้อยู่นานเลย เสียงแกรก ๆ ของเครื่องปั่นดังอยู่เป็นระยะคิดว่าคงเป็นร้านเหล้าปั่นแน่ ๆ แล้วก็ไม่ผิด เหล้าปั่นจริง ๆ หญิงสาวที่กำลังเทส่วนผสมใส่เครื่องปั่นอยู่จ้องมองมาที่ผมแล้วส่งสายตาแปลก ๆ มาให้ ผมเองก็ยังจ้องใบหน้าที่สวยคมนั้นอย่างไม่วางตา สักพักเธอก็ถือถาดใส่เหยือกกับแก้วใบเล็ก ๆ สีสวย เดินตรงเข้ามาหา “สักเหยือกไหมคะพี่” ผมสะดุ้งพร้อมคำตอบตกลงอย่างไม่ตั้งใจ “เดี๋ยวหนูเอาเมนูมาให้เลือกนะคะ” เพื่อน ๆ ที่นั่งกินอยู่ด้วยกันถึงกับหัวเราะ เพราะเห็นว่าผมเสียท่าให้กับผู้หญิงอีกแล้ว

จากที่ไม่ได้กินเหล้าปั่นมานาน ก็รู้สึกว่า 3 เหยือก 3 รสชาติที่สั่งมาทดลองก็อร่อยดีเหมือนกันชักเริ่มติดใจ จึงกวักมือเรียกมาสั่งเพิ่ม อีก 3 เหยือก โดยเปลี่ยนรสชาติไม่ให้ซ้ำกับของเดิม ทำไปทำมากลายเป็นการเอาจริงเอาจังกับการกินเหล้าปั่นกับเพื่อนไปเสีย หมูกระทะเป็นแค่กับแกล้ม นั่งคุยกับเพื่อนจนหมดเรื่อง เสียงใส ๆ ก็ลอยมากระทบกกหู “เป็นไงบ้างคะพี่ ๆ ชอบสูตรไหนกันบ้าง” เธอยืนอยู่ข้างหลัง ผมลุกขึ้นแล้วเชื้อเชิญให้เธอนั่งร่วมโต๊ะด้วย เธอไม่ปฏิเสธเพราะลูกค้าเริ่มบางตาลงแล้ว ถามไปถามมาเธอทั้งสองคนไม่ใช่ลูกจ้างแต่เป็นเจ้าของซุ้มเหล้าปั่นเอง ช่วยกันลงทุนกับเพื่อนสนิทที่มีความฝันที่จะมีกิจการเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ผมเลยขอให้เธอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับร้านเหล้าปั่นแสนสวยให้ฟัง มาร่วมรับฟังไปพร้อมกับพวกเรากันเลยครับ

จุดเริ่มต้น
โดยเริ่มจากการที่รู้จักกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี รู้ว่าเขาต้องการพัฒนาร้านให้ไม่หยุดนิ่งและพยายามหาสิ่งดี ๆ แปลกใหม่มาให้ลูกค้าเสมอ วันหนึ่งเขาก็เสนอการขายเหล้าปั่นมาให้เธอทั้งสองได้ลองดู แต่ทั้งคู่ก็คิดหนักเพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เงินที่จะมาลงทุนก็ต้องไปกู้ยืมเขามาอีก แต่ทั้งสองก็รับปาก แล้วกลับไปค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเหล้าปั่น ทดลองสูตรต่าง ๆ ที่หาได้จากอินเตอร์เน็ต จนเชื่อมั่นว่าน่าจะไปรอด จึงได้เริ่มที่จะซื้อหาอุปกรณ์ที่จำเป็นเพิ่มเติมให้สามารถตั้งเป็นซุ้มเหล้าปั่นได้

การลงทุนและจุดคุ้มทุน
เหล้าปั่นใช้ทุนไม่สูงเท่าไหร่ อุปกรณ์มีไม่มากหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปสามารถเลือกรูปแบบและราคาได้ตามคุณภาพ วัตถุดิบหลักเช่น เหล้า น้ำหวาน มีความหมุนเวียนค่อนข้างช้าใช้ได้นานไม่ต้องซื้อบ่อย ไม่ได้หมดแบบวันต่อวันเหมือนน้ำแข็ง เครื่องปั่นก็มีอยู่แล้วในครัวแทบทุกบ้าน

ด้วยการลงทุนที่ต่ำเพราะไม่ต้องเปิดร้านเอง เพียงมีเคาท์เตอร์ ป้ายร้านสวย ๆ เครื่องปั่นดี ๆ เหยือกทรงสูงกับแก้วเป็ก สัก 10 ชุด และอื่น ๆ เท่าที่จำเป็นก็เริ่มกิจการได้แล้ว ถ้าหากต้องการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ เช่าพื้นที่ตั้งร้าน มีโต๊ะเก้าอี้ให้รองรับลูกค้าได้สักประมาณ 30 ที่ การลงทุนเริ่มแรกก็จะอยู่ระหว่าง 3 – 5 หมื่นบาท ยกตัวอย่างร้านแถวท่าน้ำคลองสาน ลงทุนประมาณ 3 หมื่นบาท ครบ เดือนขายได้ 6 หมื่นกว่าบาท หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือ 30,000 บาทสบาย ๆ ขายกันอยู่สองคนไม่ต้องจ้างลูกน้อง แบ่งกันคนละครึ่งก็หมื่นห้า

การบริการลูกค้า
วันแรก ๆ ก็นั่งตบยุงเหมือนกัน เพราะในชีวิตไม่เคยขายของกันมาก่อนเลย ช่วงแรกก็ตะโกนเชียร์สินค้าเสียงดังอยู่แต่สักพัก พอไม่ได้รับออเดอร์เสียงก็เริ่มเบาลง จนเงียบไปในที่สุด ได้แต่นั่งก้มหน้าน้ำตาปริ่มกลัวเจ๊ง ทั้งที่คนก็เข้าร้านเยอะแต่ไม่มีใครสั่งเหล้าปั่น พี่เจ้าของร้านหมูกระทะมาเห็นเข้าก็แนะนำการบริการลูกค้าให้ชุดใหญ่ โดยให้ใช้รอยยิ้มกับความน่ารักของเราเข้าช่วย อัธยาศัยดีเข้าไว้ แรก ๆ อาจมีให้ชิมฟรีก่อน หากติดใจค่อยสั่งเป็นเหยือก พี่แกกำหนดราคาให้อย่างสมเหตุสมผล คำนวณต้นทุกอย่างออกมาไม่ให้รู้สึกขาดทุนหรือได้ไม่คุ้มเหนื่อย แต่ก็ไม่ฟันกำไรจนลูกค้าหัวแบะ อาศัยการเข้าถึงตัวลูกค้า เหมือนสาวเชียร์เบียร์ ไม่ถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ ยิ่งต้องทำใหญ่เลย สร้างความคุ้นเคยกับลูกค้า แนะนำชื่อตัวเองก่อนเลยไม่ต้องรอให้ลูกค้าถามเพราะลูกค้าบางคนก็ขี้อาย นั่งคุยกับลูกค้าได้ถ้าลูกค้าเชิญ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยว่าง จะนั่งได้ก็แค่ชั่วครู่ชั่วยามแก้เมื่อยเท่านั้น

สิ่งที่ควรคำนึง
จรรยาบรรณในวิชาชีพเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เราขายเครื่องดื่มมึนเมาก็ต้องทำตามกฎหมาย ต้องขออนุญาตจำหน่ายสุราให้ถูกต้อง โดยไปขออนุญาตที่ กรมสรรพามิตร สามเสน (กรุงเทพ) และสรรพามิตรจังหวัดทุกจังหวัด (ต่างจังหวัด) สำหรับกรุงเทพ เสียภาษีปีละ 110 บาท (เฉพาะสุราไทย) และปีละ 1,650 บาท (สุราไทยและต่างประเทศ) สำหรับต่างจังหวัด เสียภาษีปีละ 110 บาท (เฉพาะสุราไทย และปีละ 1,150 บาท (สุราไทยและต่างประเทศ)

สำหรับเวลาในการจำหน่าย ก็ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดคือ ตั้งแต่ ห้าโมงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน ติดลมได้ไม่เกินตีหนึ่ง และที่สำคัญต้องไม่จำหน่ายให้กับเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปี หรือนักเรียนในเครื่องแบบเด็ดขาด

ได้ฟังเรื่องราวธุรกิจแบบนี้แล้ว คงเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนลองที่จะลุกขึ้นมาทำธุรกิจของตัวเองบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

About Win

Win

Leave a Reply

Scroll To Top