Home / เที่ยวไปกินไป / เที่ยวปราจีนบุรี

เที่ยวปราจีนบุรี

วันนี้เราจะหลบเมืองหลวงที่แสนจะสับสน ไปอิงแอบแนบธรรมชาติกันที่จังหวัดปราจีนบุรี กับรีสอร์ทที่มีบรรยากาศอบอุ่นของเรือนไทยประยุกต์ภายใต้แบรนด์เก๋ไก๋ว่า “อนันตราปุระ”

แค่ฟังชื่อ อรอิศราก็นึกไปถึงเวียงวังสมัยอณาจักรขอมรุ่งเรือง มีนางอัปสราออกมาร่ายรำ พร้อมอาหารรสเสิศ ก่อนจะเอนตัวลงบนบรรจถรณ์นุ่มหนา วาดมโนภาพพอแล้วก็ไม่รอช้าหลังจากดูภาพผ่าน Internet พร้อมจองที่พักเสร็จสรรพ เราก็ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ไปตามเส้นทางสายกรุงเทพฯสู่อนันตราปุระ รีสอร์ท โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯชลบุรีมอร์เตอร์เวย์ เข้าเส้นทางกบินทร์บุรี ก่อนเข้าสู่อำเภอนาดีซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท จุดสังเกตคือเมื่อถึงสถานีตำรวจอำเภอนาดีแล้วจะมีป้ายบอกให้ไปแก่งหินเพิงเลี้ยวตามป้ายไปเรื่อยๆจะพบป้ายชื่อของรีสอร์ท รับประกันว่าหาไม่ยากค่ะ ใช้เวลาเดินทางกันแบบสบายๆก็ประมาณราว 2 ชั่วโมง อันนี้เผื่อเข้าห้องน้ำและรับประทานอาหารระหว่างการเดินทางด้วยนะคะ

อรอิศรามาถึงอนันตราปุระ ตอนบ่ายอ่อนๆ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดพักผ่อน ก็เริ่มเดินสำรวจสถานที่ อนันตราปุระ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ อารมณ์ของหมู่เรือนไทยที่ตั้ง อยู่เป็นกลุ่มห้อมล้อมด้วยหมู่ไม้ปลูกและไม้ป่า กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ไทย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น ยิ่งเมื่อได้แหวกว่ายอยู่ในสระสวยท่ามกลางแมกไม้สายลม ขอบอกว่าคุณจะวางเรื่องหนักๆในวังวนความคิดลงได้ไม่ยากเลยค่ะ

ตกค่ำถ้าใครชอบอาหารสไตล์ home cooking คุณสามารถสั่งอาหารไทยมารับประทาน ที่นี่ปรุงอาหารได้รสชาติอร่อย วัตถุดิบสด สะอาด แนะนำเมนูน้ำพริกปลาทูนะคะ รสเด็ดทีเดียว แต่ถ้าใครอยากแสดงฝีมือทางรีสอร์ทจัดเตรียมครัว พร้อมผู้ช่วยไว้ให้คุณรังสรรค์อาหารได้อย่างใจค่ะ

อิ่มแล้วอรอิศราต้องขอพักผ่อนก่อนในขณะที่คนอื่นยังสนุกสนานกับคาราโอเกะ เหตุเพราะเห็นเตียงนอนแล้วห้ามใจไม่อยู่เลย ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชมชอบเตียงนอนโบราณแบบมีเสาสี่ด้านกับม่านลูกไม้บางๆที่พริ้วไหวเวลาลมเย็นพัดผ่าน และเป็นเตียงที่มีความสูงมากกว่าที่เราใช้อยู่ปกติ ห้ามพลาดนะคะ นอนแล้วหลับสบ๊ายสบายค่ะ

เช้าวันรุ่งขึ้นเราอำลาอนันตราปุระหลังจากทานอาหารเช้าแบบเบาๆจำพวกข้าวต้มทรงเครื่อง และไส้กรอกไข่ดาว เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังสถานที่ที่น่าสนใจ และอรอิศราอยากมาเยี่ยมชมนานแล้วนั่นคือ “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์” ค่ะ

 


ขับรถออกจากที่พักมุ่งหน้าไปทางกบินทร์บุรี จะพบอาคารสีเหลืองสวยก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปแบบบาโร้ค (Barogue) ซึ่งในปีพ.ศ. 2452 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) ว่าจ้าง บริษัทโฮวาร์ด เออร์สกิน สร้างตึกเพื่อใช้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อจะใช้เป็นที่ประทับแรม ในกรณีที่พระองค์เสด็จมายังมณฑลปราจีนบุรีอีก แต่พระองค์เสด็จสรรคตเสียก่อนในปีพุทธศักราช 2453 ต่อมา ในปี พ.ศ. 2455 ตึกหลังนี้ได้ใช้รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์อีกหลายพระองค์ ตึกหลังนี้เป็นมรดกตกทอดมาถึงพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 (พระนามเดิมว่า เครือแก้ว อภัยวงศ์ ทรงมีศักดิ์เป็นหลานปู่ของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์) และพระองค์ได้ประทานตึกหลังนี้ให้แก่ทางราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2482 จนได้กลายมาเป็นตึกผู้ป่วยหลังแรกโดยด้านหน้าตรงกลางเป็นโดม ผนังด้านนอกมีลายปูนปั้นลายพฤกษาประดับซุ้มประตูและหน้าต่างภายในตึกแบ่งออกเป็นหลายห้อง ห้องที่งดงามที่สุดคือ ห้องโถงกลางชั้นล่างซึ่งยังคงลักษณะการตกแต่งภายในแบบเดิมอยู่ครบถ้วนตั้งแต่ลวดลายกระเบื้องปูพื้นภาพเขียนสีปูนเปียกบนเพดาน และลายปูนปั้นหัวเสา ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงประวัติเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ของใช้ประจำตัว พระฉายาลักษณ์พระนางเจ้าสุวัทนาพระวรราชเทวี และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดาสิริโสภาพรรณวดี ซึ่งทั้งสองพระองค์เป็นหลานปู่และหลานทวดของเจ้าพระยาอภัยภูเบศรหลังนี้ได้ใช้เป็นห้องตรวจโรค ห้องจำหน่ายยา ห้องผ่าตัด และห้องคนไข้หญิง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2512 การก่อสร้างตึกอำนวยการได้เสร็จสิ้นลง ทางโรงพยาบาลจึงใช้ตึกหลังนี้เฉพาะการสัมมนาในบางกรณี ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2533 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นโบราณสถาน และในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 ตึกหลังนี้ได้ใช้รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จส่วนพระองค์เพื่อทอดพระเนตรตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์

สำหรับตำรับสมุนไพรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผลิตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ยาสมุนไพร เครื่องสำอางค์สมุนไพร และน้ำสมุนไพร ซึ่งให้ผลดีต่อสุขภาพโดยไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างกับร่างกาย รวมทั้งสามารถใช้ในการบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทาน เพื่อป้องกันโรคภัยที่อาจมาพร้อมกับสภาวะแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้การพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติ อากาศสะอาด ได้ทานอาหารที่ดี และไม่ลืมการออกกำลังที่เหมาะสมกับร่างกายและวัย ที่สำคัญต้องหมั่นรักษาและบริหารอารมณ์ของเราให้มีความเป็นกลาง สงบและมีความแจ่มใสอยู่เสมอ เท่านี้อรอิศราคิดว่าเราก็จะมี “สุขภาพจิตที่ผ่อนคลาย ในสุขภาพกายที่แข็งแรง” แล้วละค่ะ พบกันใหม่คราวหน้านะคะ

 

วันนี้เราจะหลบเมืองหลวงที่แสนจะสับสน ไปอิงแอบแนบธรรมชาติกันที่จังหวัดปราจีนบุรี กับรีสอร์ทที่มีบรรยากาศอบอุ่นของเรือนไทยประยุกต์ภายใต้แบรนด์เก๋ไก๋ว่า “อนันตราปุระ” แค่ฟังชื่อ อรอิศราก็นึกไปถึงเวียงวังสมัยอณาจักรขอมรุ่งเรือง มีนางอัปสราออกมาร่ายรำ พร้อมอาหารรสเสิศ ก่อนจะเอนตัวลงบนบรรจถรณ์นุ่มหนา วาดมโนภาพพอแล้วก็ไม่รอช้าหลังจากดูภาพผ่าน Internet พร้อมจองที่พักเสร็จสรรพ เราก็ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ไปตามเส้นทางสายกรุงเทพฯสู่อนันตราปุระ รีสอร์ท โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯชลบุรีมอร์เตอร์เวย์ เข้าเส้นทางกบินทร์บุรี ก่อนเข้าสู่อำเภอนาดีซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท จุดสังเกตคือเมื่อถึงสถานีตำรวจอำเภอนาดีแล้วจะมีป้ายบอกให้ไปแก่งหินเพิงเลี้ยวตามป้ายไปเรื่อยๆจะพบป้ายชื่อของรีสอร์ท รับประกันว่าหาไม่ยากค่ะ ใช้เวลาเดินทางกันแบบสบายๆก็ประมาณราว 2 ชั่วโมง อันนี้เผื่อเข้าห้องน้ำและรับประทานอาหารระหว่างการเดินทางด้วยนะคะ อรอิศรามาถึงอนันตราปุระ ตอนบ่ายอ่อนๆ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดพักผ่อน ก็เริ่มเดินสำรวจสถานที่ อนันตราปุระ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ อารมณ์ของหมู่เรือนไทยที่ตั้ง อยู่เป็นกลุ่มห้อมล้อมด้วยหมู่ไม้ปลูกและไม้ป่า กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ไทย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น ยิ่งเมื่อได้แหวกว่ายอยู่ในสระสวยท่ามกลางแมกไม้สายลม ขอบอกว่าคุณจะวางเรื่องหนักๆในวังวนความคิดลงได้ไม่ยากเลยค่ะ ตกค่ำถ้าใครชอบอาหารสไตล์ home cooking คุณสามารถสั่งอาหารไทยมารับประทาน ที่นี่ปรุงอาหารได้รสชาติอร่อย วัตถุดิบสด สะอาด แนะนำเมนูน้ำพริกปลาทูนะคะ รสเด็ดทีเดียว แต่ถ้าใครอยากแสดงฝีมือทางรีสอร์ทจัดเตรียมครัว พร้อมผู้ช่วยไว้ให้คุณรังสรรค์อาหารได้อย่างใจค่ะ อิ่มแล้วอรอิศราต้องขอพักผ่อนก่อนในขณะที่คนอื่นยังสนุกสนานกับคาราโอเกะ เหตุเพราะเห็นเตียงนอนแล้วห้ามใจไม่อยู่เลย ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชมชอบเตียงนอนโบราณแบบมีเสาสี่ด้านกับม่านลูกไม้บางๆที่พริ้วไหวเวลาลมเย็นพัดผ่าน และเป็นเตียงที่มีความสูงมากกว่าที่เราใช้อยู่ปกติ ห้ามพลาดนะคะ นอนแล้วหลับสบ๊ายสบายค่ะ …

Review Overview

ความสวยงาม
ความสะอาด
การบริการ

Summary : อนันตราปุระ ที่พักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ให้ความเป็นส่วนตัว สะอาด ปลอดภัย อาหารอร่อย ** ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น

92

About อรอิศรา

อรอิศรา
เซเลปตัวยง ผู้หลงใหลในการชิมและเที่ยว

Leave a Reply

Scroll To Top