Home / ในวงเล่า / หันมองอุตสาหกรรมยางพาราของมาเลเซียหลัง AEC

หันมองอุตสาหกรรมยางพาราของมาเลเซียหลัง AEC

เมื่อวันที่ 3 ถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2555 ผมได้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย เพื่อไปทำวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบของมาเลเซียตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งนี้เพื่อต้องการศึกษาว่าหลังจาก AEC หรือหลังปี 2558 แล้วอุตสาหกรรมยางพาราของมาเลเซียจะเป็นอย่างไรและพัฒนาไปในทิศทางใด

การไปมาเลเซียครั้งนี้ ผมได้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการยางพาราของมาเลเซียที่น่าสนใจมาก ผมขอเริ่มต้นอย่างนี้ก่อนครับ เมื่อเราพูดถึงพื้นที่การปลูกยางพาราในปี 2554 อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดประมาณ 32 ล้านไร่ รองลงมาคือประเทศไทยจำนวน 19 ล้านไร่ ตามด้วยมาเลเซียมีพื้นที่ปลูกเพียง 6.5 ล้านไร่ แต่หากพูดถึงการผลิตยางพารารวมแล้ว ในบรรดา 3 ประเทศอาเซียนข้างต้น ประเทศไทยมีผลผลิตมากที่สุดจำนวน 2.7 ล้านตัน รองลงมาคืออินโดนีเซีย 2.1 ล้านตัน ตามด้วยมาเลเซียเพียง 1 ล้านตันเท่านั้น และในบางปีก่อนหน้านี้มาเลเซียก็มีผลผลิตต่ำกว่า 1 ล้านตัน ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่ามาเลเซียเป็นประเทศที่มีผลผลิตน้อยที่สุดใน 3 ประเทศ แต่สิ่งที่สนใจมากกว่านั้นก็คือมาเลเซียได้ประกาศว่าจะเป็น “ศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ยางพาราของโลก (Global Center of Excellence for Rubber)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นการผลิตอุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstream Industries) ได้แก่ ถุงมือยาง ยางรถยนต์ กาว หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ.

ผู้อ่านครับท่านลองพิจารณาดูนะครับว่าภายใต้สถานะการณ์ที่มาเลเซียมีพื้นที่ปลูกและผลผลิตน้อยกว่าอีก 2 ประเทศ แต่ทำไมถึงกล้าประกาศว่าจะเป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ยางพาราของโลก เหตุผลหนึ่งที่สำคัญคืออุตสาหกรรมยางพาราของมาเลเซียเป็นหนึ่งกิจกรรมเศรษฐกิจหลักที่สำคัญในจำนวน 12 กิจกรรมเศรษฐกิจที่รัฐบาลมาเลเซียต้องการผลักดันให้สำเร็จในปี 2020 อุตสาหกรรมยางพาราจึงกลายเป็นหนึ่ง “ฟันเฟือง” ที่จะทำให้รายได้ของคนมาเลเซียเพิ่มขึ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ภายใต้นโยบายที่ชื่อว่า “National Key Economic Areas 2020: NKEA 2020” ซึ่งนโยบายมีมาตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.มหาเธ่ ที่ได้นำเสนอ “วิสัยทัศน์ 2020 (VISION 2020 หรือ Wawasan 2020)” เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศใน 30 ปีข้างหน้า (1990 ถึง 2020)

นอกจากนี้ มาเลเซียได้ตั้งสถานีวิจัยยางพาราที่เมือง “สุไหงบูโร (Sungai Buloh)” อยู่ห่างจากกรุงกัมลาลัมเปอร์ประมาณ 30 กิโลเมตร เมืองนี้ตั้งอยู่ในรัฐสลังงอร์ (Selangor) ซึ่งเป็นรัฐทางตอนใต้ของมาเลเซีย ท่านผู้อ่านครับ หลัง AEC มาเลเซียเค้าได้ตั้งความหวังกับยางพาราไว้สูงมากครับ โดยให้น้ำหนักหลัก ๆ อยู่ที่ 2 เรื่องสำคัญคือ การวิจัยและพัฒนายางพารา กับเน้นการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมปลายน้ำที่ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นกว่าปัจจุบัน ไทยเราควรจะหันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมปลายน้ำให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันนะครับ เรามีวัตถุดิบยางพารามากมาย หากนำมาแปรรูปให้หลากหลายขึ้น ห่วงโซ่อุปทานของยางพาราทั้งระบบของไทยน่าจะ “มีเงินมีทอง” ใช้กันอย่างทั่วหน้า

About ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ (AEC) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Leave a Reply

Scroll To Top